POP MART ปลุกกระแส ตลาดของเล่นสะสมไทย 2025: โอกาสลงทุน
กรุงเทพฯ — 12 ตุลาคม 2025: POP MART ปลุกกระแสตลาดของเล่นสะสมในไทย เมื่อบริษัทฯ จัดงานแถลงทิศทางตลาดและโอกาสการลงทุนที่โรงแรมสยามคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม โดยมีผู้บริหาร ตัวแทนลิขสิทธิ์ และนักลงทุนรายย่อยเข้าร่วมกว่า 300 คน
ในการแถลงผลและแนวโน้มของตลาดครั้งนี้ นายวิกรม จันทร์ประทีป ประธาน POP MART Thailand ระบุว่า ตลาดของเล่นสะสมในประเทศไทยปี 2025 แสดงการฟื้นตัวและขยายตัวที่ชัดเจนจากปีก่อน โดยปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของชุมชนสะสม (collector community) การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออฟไลน์ร่วมกับออนไลน์ และการเพิ่มขีดความสามารถด้านลิขสิทธิ์เพื่อร่วมงานกับคาแรคเตอร์ระดับโลก
ตัวเลขและแนวโน้มตลาด
จากการนำเสนอข้อมูลภายในงาน POP MART ประเมินว่า มูลค่าตลาดของเล่นสะสมในไทยสำหรับปี 2025 อยู่ในกรอบ 1.6–1.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 18–22% เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยกลุ่มสินค้ายอดนิยมยังคงเป็น Art Toy รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน และคอลเล็กชันที่มีการร่วมมือกับศิลปิน/แบรนด์ต่างประเทศ
นางสาวปรียานุช ศรีวัฒนา นักวิเคราะห์ตลาดอิสระที่เข้าร่วมงาน ให้ความเห็นว่า การเติบโตนี้ขับเคลื่อนจาก 3 ปัจจัยหลักคือ (1) demand จากกลุ่มอายุ 20–40 ปีที่มีกำลังซื้อ (2) การยอมรับของตลาดมวลชนต่อคาแรคเตอร์ไอคอน และ (3) การจัดกิจกรรมอีเวนต์และฟีเจอร์ลิมิเต็ดที่กระตุ้นการเก็บสะสม
Pop Mart Licensing และกรณี Simon Tofield
หนึ่งในหัวข้อสำคัญของการแถลงคือการจัดการลิขสิทธิ์ตัวละคร POP MART ประกาศว่าปีนี้บริษัทได้ขยายข้อตกลงลิขสิทธิ์กับผู้ถือลิขสิทธิ์ต่างประเทศหลายราย และมีการเจรจาเชิงรุกกับศิลปินนานาชาติเพื่อผลิตซีรีส์พิเศษสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่น่าสนใจในเวทีคือการยกตัวอย่างการเจรจากับทีมงานของ Simon Tofield (ผู้สร้างการ์ตูนชุด Simon’s Cat) ซึ่ง POP MART ระบุว่าอยู่ในขั้นตอนการทดลองออกแบบตัวอย่างเพื่อพิจารณาเปิดตัวในปี 2026 หากการตกลงสำเร็จ นโยบายการจัดการลิขสิทธิ์ของ POP MART จะเน้นไปที่การควบคุมคุณภาพ ผลิตจำนวนจำกัด และการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านมาตรการทางเทคนิคและกฎหมาย
การจัดการลิขสิทธิ์ตัวละครของ Pop Mart
จากการให้ข้อมูลในงาน POP MART อธิบายกรอบการจัดการลิขสิทธิ์ที่ประกอบด้วย: การทำสัญญาแบบคุ้มครองสิทธิ์ชัดเจน การกำหนดเงื่อนไขการใช้คาแรคเตอร์ (scope & territory) การควบคุมการผลิตผ่านผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต การใช้เทคโนโลยี (เช่น โค้ดยืนยันต้นฉบับหรือ QR ของแต่ละชิ้น) และการดำเนินคดีเชิงนโยบายต่อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
นายอภิชาติ วงศ์วัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายลิขสิทธิ์ POP MART Thailand กล่าวในงานว่า “การรักษาความน่าเชื่อถือของคาแรคเตอร์เป็นหัวใจหลัก เราจึงเน้นทั้งการคุมสต็อก การทำหมายเลขซีเรียลในซีรีส์ลิมิเต็ด และการร่วมมือกับหน่วยงานที่ดูแลสิทธิทางปัญญาในภูมิภาค”
Art Toy ลงทุนได้ไหม — วิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาส
คำถามยอดนิยมที่ผู้เข้าร่วมถามคือ “Art Toy ลงทุนได้ไหม” ผู้บรรยายสรุปว่า Art Toy สามารถเป็นช่องทางลงทุนทางเลือกได้ แต่มีความเสี่ยงและปัจจัยที่ต้องพิจารณา ดังนี้
- โอกาส: ผลตอบแทนจากตลาดรอง (secondary market) สำหรับรุ่นลิมิเต็ดที่มีความต้องการสูงอาจให้ผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะเมื่อตัวละครมีการยอมรับหรือมีการร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง
- ความเสี่ยง: สภาพคล่องต่ำ สินค้าบางรุ่นอาจไม่สามารถขายต่อได้ง่าย ราคาขึ้นอยู่กับแฟนคลับและเทรนด์ชั่วคราว
- การตรวจสอบ: นักลงทุนควรยืนยันความถูกต้องของลิขสิทธิ์ หมายเลขซีเรียล และสภาพสินค้า (mint condition) รวมถึงติดตามข้อมูลการออกจำหน่ายและการตลาดของแบรนด์
- การเก็บรักษา: ค่าใช้จ่ายการเก็บรักษาและประกันอาจมีผลต่อผลตอบแทน
สรุปคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญคือ Art Toy เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ และมองการลงทุนในระยะกลางถึงยาว ควรกระจายการลงทุน ไม่ควรนำสัดส่วนเงินทุนทั้งหมดไปลงทุนในของสะสมเพียงประเภทเดียว
ผลต่อผู้ค้าปลีกและนักลงทุนไทย
ผู้ค้าปลีกในงานระบุว่า POP MART มีแผนขยายร้านแฟล็กชิปและการจัดกิจกรรมพิเศษในจังหวัดหลักของไทยภายในปี 2025–2026 เพื่อกระตุ้นยอดขายออฟไลน์ควบคู่กับอีคอมเมิร์ซ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ค้าปลีกท้องถิ่นและนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการเข้าร่วมห่วงโซ่อุปทาน
นายสมชาย ภูมิศักดิ์ เจ้าของร้านของเล่นสะสมในย่านสยามกล่าวว่า “เราสังเกตเห็นการกลับมาของลูกค้าประเภทสะสมจริงจัง และการร่วมมือกับแบรนด์ระดับนานาชาติช่วยกระตุ้นการซื้อซ้ำ”
ข้อสรุป
การแถลงของ POP MART ในกรุงเทพฯ สะท้อนทิศทางหนึ่งของตลาดของเล่นสะสมในไทยปี 2025 ที่กำลังขยายตัวและเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนและผู้ค้าปลีก แต่ยังคงมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลคาแรคเตอร์ ลิขสิทธิ์ และสภาพตลาดรองก่อนตัดสินใจลงทุน
หมายเหตุ: ข้อมูลเหตุการณ์และคำพูดข้างต้นเป็นรายงานจากงานแถลงการณ์ของ POP MART ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพฯ วันที่ 11 ตุลาคม 2025 ซึ่งนำเสนอแนวโน้มและกรอบนโยบายการจัดการลิขสิทธิ์และแผนการตลาดในประเทศไทย
