• September 12, 2026

Labubu: อนาคต Pop Mart และความท้าทายหลังหุ้นตก

Labubu อาร์ตทอยปีศาจฟันแหลมรูปทรงน่ารักที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจาก Pop Mart กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายสำคัญ แม้บริษัทจะรายงานรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2026 แต่หุ้นกลับร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุนต่อการพึ่งพารายได้จาก Labubu มากเกินไป บทความนี้จะวิเคราะห์บทบาทของ Labubu ที่มีต่อ Pop Mart และความพยายามของบริษัทในการขยายธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพาตัวละครหลักนี้

Labubu: จุดกำเนิดและความนิยมถล่มทลาย

Labubu ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Pop Mart และศิลปินชาวฮ่องกง-ดัตช์ Kasing Lung ในปี 2019 โดยเริ่มแรกเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันกล่องสุ่ม ก่อนจะพัฒนาเป็นตุ๊กตาผ้าที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของปีศาจตัวจิ๋วที่มีฟันแหลมและหูกระต่าย

ความโด่งดังของ Labubu พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วในปี 2024 หลังจากที่มีคนดังระดับโลก เช่น Rihanna, David Beckham และ Kim Kardashian โพสต์เกี่ยวกับอาร์ตทอยเหล่านี้บนโซเชียลมีเดีย ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการต่อคิวยาวเหยียดที่หน้าร้าน Pop Mart ในหลายเมือง และกล่องสุ่ม Labubu กลายเป็นของสะสมที่หายากและมีราคาสูง โดยในปี 2026 ฟิกเกอร์ Labubu ขนาดเท่าจริงเคยถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 170,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในประเทศจีน และในปี 2024 ยอดขาย Labubu เพียงอย่างเดียวสร้างรายได้ให้ Pop Mart มากกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าหุ้นของ Pop Mart ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเพิ่มขึ้นกว่า 500% ในปีเดียวกัน

ความท้าทายจากแรงพึ่งพารายได้จาก Labubu

แม้ Labubu จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Pop Mart แต่การพึ่งพาตัวละครนี้มากเกินไปกลับเป็นประเด็นที่นักลงทุนกังวล รายงานผลประกอบการประจำปี 2026 ของ Pop Mart ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า แม้บริษัทจะมีรายได้รวม 3.71 หมื่นล้านหยวน (5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นถึง 185% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 1.28 หมื่นล้านหยวน (1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นกว่า 300% จากปี 2024 แต่ราคาหุ้นของ Pop Mart ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงกลับร่วงลงเกือบ 23%

นักวิเคราะห์จาก Morningstar อย่าง Jeff Zhang ชี้ว่า สาเหตุหลักของการร่วงลงของราคาหุ้นคือความกังวลของตลาดต่อศักยภาพการเติบโตของ Pop Mart ที่อาจไม่สามารถรักษาโมเมนตัมไว้ได้หากปราศจากการพึ่งพารายได้จาก Labubu มากเกินไป โดยประมาณ 38% ของรายได้ทั้งหมดของ Pop Mart มาจากทรัพย์สินทางปัญญาในกลุ่ม “The Monsters” ซึ่งรวมถึง Labubu ด้วย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ Labubu จะยังคงเป็นที่นิยม แต่ตลาดต้องการเห็นความหลากหลายของแหล่งรายได้เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตัวละครตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป

ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์และอุปสรรคทางวัฒนธรรม

นอกจากความท้าทายด้านการเงินแล้ว Pop Mart ยังต้องเผชิญกับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยมีสินค้าปลอมแปลงของ Labubu หรือที่เรียกว่า “Lafufus” แพร่หลายทั่วโลก ซึ่งนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิด เช่น 7-Eleven

นอกจากนี้ Labubu ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกแบนในบางประเทศ เช่น รัสเซีย ที่มองว่ามี “รูปลักษณ์ที่น่ากลัว” และอิรักที่แบนตุ๊กตาเหล่านี้เนื่องจากถูกพิจารณาว่า “ชั่วร้าย” อุปสรรคเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนในการขยายตลาดของอาร์ตทอยที่อาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางวัฒนธรรมและสังคมที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค

กลยุทธ์การขยายธุรกิจเพื่อลดการพึ่งพา Labubu

เพื่อตอบสนองต่อความกังวลของตลาดและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน Pop Mart ได้เริ่มดำเนินการขยายธุรกิจอย่างจริงจัง นอกเหนือจากการพึ่งพาตัวละครเดี่ยว บริษัทมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศความบันเทิงแบบครบวงจร คล้ายกับโมเดลธุรกิจของ Disney

การลงทุนที่สำคัญได้แก่:

  • การจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา: ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 Pop Mart ได้ลงนามข้อตกลงเช่าพื้นที่สำหรับสำนักงานใหญ่ในเมืองคัลเวอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ของฝั่งตะวันตกของลอสแอนเจลิส การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายตลาดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการเติบโตของบริษัท
  • การแตกไลน์ธุรกิจเข้าสู่เบเกอรี่: ในเดือนกรกฎาคม 2026 Pop Mart ได้เปิดเบเกอรี่นานาชาติแห่งแรกในสิงคโปร์ โดยนำตัวละครยอดนิยมของบริษัท รวมถึง Labubu มาสร้างสรรค์เป็นขนมหวานและเครื่องดื่ม เช่น ไอศกรีม Labubu รสงาดำ และชีสเค้ก Molly การขยายธุรกิจสู่ภาคอาหารนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการเปลี่ยนกระแสความนิยมระยะสั้นให้เป็นความสำเร็จระยะยาว
  • ความร่วมมือกับอุตสาหกรรมบันเทิง: Pop Mart ได้ประกาศความร่วมมือกับ Sony Pictures เพื่อพัฒนาภาพยนตร์ Labubu และได้ขยาย Pop Land ซึ่งเป็นสวนสนุกในกรุงปักกิ่ง การลงทุนในภาพยนตร์และสวนสนุกมีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ครอบคลุมและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของแฟนๆ ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • การสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ๆ: แม้ Labubu จะโดดเด่น แต่ Pop Mart ยังคงค้นหาสินค้าจากศิลปินใหม่ๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และมีกระบวนการพัฒนาตัวละครใหม่ที่เข้มงวด นอกจากนี้ บริษัทยังมีการพัฒนาตัวละครอื่นๆ เช่น Molly และ Twinkle Twinkle พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่น เช่น Uniqlo และ Moynat รวมถึงการผลิตเครื่องประดับที่มีตัวละคร Labubu ซึ่งบางชิ้นมีราคาสูงกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

อนาคตของ Pop Mart: การเติบโตที่ยั่งยืนนอกเหนือจาก Labubu

ความท้าทายที่ Pop Mart เผชิญอยู่ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับบริษัท แต่เป็นแรงผลักดันให้ Pop Mart ต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตที่ยั่งยืนนอกเหนือจากกระแสความนิยมของตัวละครใดตัวหนึ่ง การลงทุนในสำนักงานใหญ่ในลอสแอนเจลิส, การขยายสู่ธุรกิจเบเกอรี่, ความร่วมมือกับ Sony Pictures, และการขยายสวนสนุก Pop Land ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความพยายามของ Pop Mart ในการสร้างระบบนิเวศทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมั่นคงยิ่งขึ้น

แม้หุ้นจะร่วงลงจากความกังวลในการพึ่งพา Labubu แต่รายได้และกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2026 ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างรายได้มหาศาลของบริษัท การปรับกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างประสบการณ์ที่ครบวงจรจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ Pop Mart ในการรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดอาร์ตทอยและก้าวขึ้นเป็นบริษัทบันเทิงระดับโลกอย่างแท้จริง การติดตามพัฒนาการของกลยุทธ์เหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินอนาคตของ Pop Mart และทิศทางของตลาดของสะสมอาร์ตทอย